หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2555

ตั่งค่า Facebook อย่างไรไม่ให้โดน Block ตอนที่ 2

อรุณสวัสดิ์เช้าวันอาทิตย์ครับ ทุกท่าน
สองสามวันนี้อากาศดีมว๊ากกกก.. ไม่ร้อนเกินไป ไม่หนาวเกินไป แดดก็ไม่ค่อยมี.. แถมฝนตกพรำๆ 
ระวังรักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ เดี่ยวหวัดจะถามหาเอา.. 


ยังจำกันได้ไหมเอ่ย...ครั้งที่แล้วเรายังอยู่กันในหัวข้อ "ความปลอดภัย" โดยมีเมนูย่อยทั้งหมดดังนี้ 
- คำถามกรณีลืมรหัสผ่าน
- เรียกดูแบบปลอดภัย
- การแจ้งเตือนการลงชื่อเข้าใช้
- การยืนยันการเข้าสู่ระบบ
- รหัสผ่านแอพ
- อุปกรณ์ที่จดจำ
- เวลาการใช้งาน
และเราก็ได้สำเร็จในขั้นตอนที่ว่า "คำถามกรณีลืมรหัสผ่าน" ไปแล้ว ใครท่านไหนที่พึ่งกดเข้ามาอ่านก็สามารถย้อนกลับไปดูในบทความที่แล้วได้นะครับ


เรามาทำความเข้าใจถึงหัวข้อที่ว่า "เรียกดูแบบปลอดภัย"  กันดีกว่า.. ว่า มันคืออะไร แล้วปลอดภัยยังไง
เมื่อเราคลิกคำว่า "แก้ไข" เข้าไปก็จะเจอหน้าตาแบบนี้

ซึ่งมันหมายความว่า "การเรียกดูแบบปลอดภัย" หมายถึงให้เราเข้าใช้ Facebook ด้วย https ครับ 
หลายๆ ท่านอาจจะเคยพอทราบกันมาบ้างแล้วว่าเว๊ปไซต์ทั่วไปมักจะขึ้นต้นด้วย http://www.   ยกเว้นเว๊ปไซต์บางประเภท จะขึ้นต้นด้วย https://www   ซึ่งมักจะเป็นเว๊ปไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการเงินซะส่วนใหญ่อันได้แก่ เว๊ปไซต์ของธนาคารต่างๆ เป็นต้น

เรามาทำความเข้าใจถึงความหมายและความสำคัญของ HTTPS กันหน่อย 
(ปวดหัวนิดนะครับเพราะจะออกแนวTechnical สักหน่อย)

HTTP ย่อมาจาก Hypertext Transport Protocol เป็นโปรโตคอลสื่อสารที่ทำงานอยู่บนระบบโปรโตคอล TCP HTTP ใช้ในระบบเครือข่ายใยแมงมุม (World Wide Web [www]) ซึ่งมีหน้าที่ต่างๆ
     - เป็นกลไก หรือโปรโตคอลหลักที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันระหว่าง Server และ Client ของ World Wide Web(www)
     - กำหนดที่ตั้งทรัพยากรที่สอดคล้องกัน (Uniform Resoure Locators : URLs)
     - ผู้เขียนเว็บสามารถฝังจุดเชื่อมโยงหลายมิติ (Hyperlink) ในเอกสารในเว็บHTTP เป็น protocol ที่อยู่ในส่วนของ Application Layer โดย DATA ต่าง ๆ จาก Layer นี้จะถูกจากส่งผ่านไปยัง Layer อื่น ๆ ที่ต่ำกว่า
     - มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลในรูปแบบภาษา HTML (HyperText Markup Language) โดยทำการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันบน www
     - HTTP จะทำงานที่พอร์ต 80
     - ส่งข้อมูลเป็นแบบ Clear text คือ ข้อมูลที่ทำการส่งไปนั้น ไม่ได้ทำการเข้ารหัส ทำให้สามารถถูกดักจับข้อมูลนั้นได้โดยง่าย
       - มาตรฐานของ HTTP ปัจจุบันคือ HTTP 1.1 ซึ่งใช้กันอย่างกว้างขวาง

HTTPS ย่อมาจาก Hypertext Transfer Protocol over Secure Socket Layer หรือ HTTP over SSL
     - HTTPS ระบุถึงการเชื่อมต่อแบบ Secure HTTP  เรียกใช้ด้วยรูปแบบ https:”//
     - HTTPS จะทำงานที่พอร์ต TCP443 ออกแบบโดยบริษัท Netscape
     - ทำงานโดยการเพิ่มข้อมูลในการระบุตัวผู้ส่ง ( Authentication) และการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) ภายใน HTTP กับ TCP 
     - ในการส่งข้อมูลจะเป็นแบบ HTTP แต่จะมีการเข้ารหัสเป็นแบบ SSL  128 bit โดยการเข้ารหัสนี้เปรียบได้กับการสร้าง VPN เพื่อไปหา Web Server
     - โปรโตคอล HTTPS สร้างเพื่อความปลอดภัยสำหรับการสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ต
     - การใช้งาน HTTPS  Administrator สร้าง Public Key Certificate สำหรับเว็บเซิร์ฟเวอร์
     - สร้างโดยใช้ OpenSSL ssl-ca
     - ทำการ Sign โดย Certificate Authority เพื่อยืนยันตัวตนว่าเป็น certificate จากเซิร์ฟเวอร์
     - เว็บบราวเซอร์ตรวจสอบ certificate ได้จาก root certificate ซึ่งติดตั้งอยู่ในเว็บบราวเซอร์
     - นิยมใช้กับ Web ที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น พวก Web ของธนาคาร การเงินต่างๆ หรือข้อมูลส่วนของราชการ เป็นต้น
     - https ส่งข้อมูลเป็นแบบ Cipher text คือ ข้อมูลที่ทำการส่งได้ถูกเข้ารหัสเอาไว้ โดยใช้ Asymmetric Algorithm ซึ่งถ้าถูกดักจับได้แต่ก็ไม่สามารถที่จะอ่านข้อมูลนั้นได้รู้เรื่อง โดยข้อมูลนั้นจะถูกอ่านโดยตัวเรากับเครื่อง Server เท่านั้น
     - การมีระบบแบบนี้ถือว่าดี แต่อาจจะต้องใช้เวลาในการเข้าดูข้อมูล เนื่องจากจะต้องระบุตัวบุคคล คล้ายๆกับการ login

ข้อสังเกตุ
     + เราสามารถสังเกตได้ว่า webpage ที่เรากำลังดูอยู่นั้น ได้ใช้ระบบการรักษาความปลอดภัยของการส่งข้อมูลหรือไม่(SSL) สังเกตจาก รูปกุญแจ ถ้ามีแสดงว่าใช้ เช่น Gmail ก็มีน่ะคับ
     + SSL ย่อมาจาก Secure Sockets Layer 
     + SSL คือ เครื่องหมายรับรองความปลอดภัยทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ออกหรืออนุมัติโดย CA (Certificate Authority)






สรุป คือ
เมื่อเรา คลิกถูกเพื่อเลือก "การเรียกดูแบบปลอดภัย" มันจะทำให้การเข้าใช้งาน Facebook ของเราจะปลอดภัยมากขึ้น 
Facebook Account ของเราจะปลอดภัยต่อการถูก Hack แบบ  Spam ที่ฝังตัวอยู่ในคอมพิวเตอร์ (เมื่อคอมพิวเตอร์ติด Spam หรือ มัลแวร์ ) และปลอดภัยต่อการถูกโจมตี Account แบบการดัก package จากโปรแกรมโจมตีอื่นๆ


เอ... ไม่แน่ใจว่าจะเข้าใจกันมากน้อยแค่ไหนนะครับ แต่เอาเป็นว่า ในหัวข้อนี้ให้เราเลือกไปเลย มันดีต่อระบบของ facebook เองและดีต่อ account facebook ของเราด้วยครับ


================================================
หัวข้อต่อไปจะว่าด้วยการใช้ Facebook Feature ช่วยตั้งค่าให้ Account ปลอดภัยมากขึ้นชนิดที่เรียกว่า Super Secure กันเลยทีเดียว...









วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2555

ตั่งค่า Facebook อย่างไรไม่ให้โดน Block ตอนที่ 1 (ต่อ)

ตอนที่ 1 : การตั้งค่าความปลอดภัย (คำถามกรณีลืมรหัสผ่าน)


ต่อจากบทความที่แล้วเลยนะ.. ตามรูปจะเห็นได้ว่า แทบ ทางซ้ายมือจะมี เมนู แสดงดังนี้
- ทั่วไป
- ความปลอดภัย
- การแจ้งเตือน
- แอพ
- โทรศัพท์มือถือ
- การชำระเงิน
- โฆษณาของ Facebook


ในบทนี้ เราจะมาว่ากันด้วย การตั้งค่าความปลอดภัย โดยที่เมืออยู่ในหน้า page general แล้วเราสามารถกดลงไปที่เมนู "ความปลอดภัย" ทางซ้ายมือได้เลย โดยหน้าตาของ Page นี้จะเป็นแบบนี้ครับ




ในเมนูส่วนย่อยของเมนู"ความปลอดภัย" ยังแบ่งออกเป็นรายละเอียดย่อยๆ ดังนี้คือ
- คำถามกรณีลืมรหัสผ่าน
- เรียกดูความปลอดภัย
- การแจ้งเตือนการลงชื่อเข้าใช้
- การยืนยันการเข้าสู่ระบบ
- รหัสผ่านแอพ
- อุปกรณ์ที่จดจำ
- เวลาการใช้งาน


โดยผมจะอธิบายความจำเป็น ความหมาย และความสำคัญของแต่ละหัวข้อย่อยเป็นลำดับไปดังนี้


เราสามารถกำหนด "คำถามกรณีลืมรหัสผ่าน" ด้วยการกดคำว่า "แก้ไข" ตรงส่วนท้ายของเมนู เมื่อกดแล้วจะมีหน้าตาเป็นแบบนี้ 




ต้องยอมรับว่าโดยนิสัยของ "คนไทย" ส่วนใหญ่่มักจะไม่ใช้เมนูการป้องกันด้วยการตั้งคำถามแบบนี้กันเลย 55.. แม้กระทั่งตัว admin เองก็ยังไม่ใช้เลยครับ 
เพราะการขอรับรหัสผ่านด้วยคำถามแบบนี้เป็นการป้องกันที่โบราณมากกก... ฮ่าฮ่า  
แต่จริงๆ แล้วคนไทยขี้ลืมกันครับ เพราะไม่ว่าจะเป็นการสมัคร อีเมล์ หรือสมัครใช้งานเพื่อเป็น User ในเว๊ปไหนๆ การตั้งคำถามเพื่อขอรับรหัสกรณีลืม เพือเป็นคำถามพื้นฐาน แต่เราก็มักจะไส่กันมั่วๆ ไป ดังนั้น หรือไส่ไปงั้นๆ แหล่ะ... อิอิ


เอาละ โม้มาเยอะเลย เข้าเรื่องกันดีกว่า เมือกด "แก้ไข" เข้ามาในเมนูนี้แล้ว เราจะเห็นว่าภาษามันเปลี่ยนไป ! Ship หายล่ะ.. หลายคนในนี้อาจจะคิดว่า คนไม่เก่งภาษาต่างประเทศอย่างเรานี่ก็ตายล่ะสิ ถามอะไรก็ไม่รู้..  
คำถามที่มันมันใช้ภาษาประโยคง่ายๆ ครับ ยกตัวอย่างเช่น 
What was the last name of your first grade teacher ?  
มันแปลได้ว่า คุณครูคนแรกของคุณในสมัยเรียน ม.ต้น ชื่ออะไร ?
คำตอบ คืออะไร ใครจำได้ก็ เอาไปไส่ในช่องว่างๆ ด้านล่างนะครับ  
จากนั้นก็ Save  หรือว่าใครไม่อยากได้คำถามแบบนี้ก็ ลองเลือนๆ ไปเลือกคำถามข้ออื่นก็ได้นะครับ ยังมีให้เลือกอยู่อีกหลายคำถามเลย..


แต่สำหรับ admin แล้วคำตอบคือ "จำไม่ได้" โห... ก็มันนานหลายสิบปีแว้ววววว...
ดังนั้นสำหรับ Admin ขี้ลืมอย่างผมจึงไม่ได้ใช้ คำถามป้องกันรหัสผ่าน ไปโดยปริยายย.

ตั่งค่า Facebook อย่างไรไม่ให้โดน Block ตอนที่ 1

ตั่งค่า Facebook อย่างไรไม่ให้โดน Block 


ตอนที่ 1 : การตั้งค่าความปลอดภัย


สวัสดีครับ ท่านผู้อ่าน ในบทที่แล้วเราได้กล่าวถึง ข้อกำหนด กฎต่างๆ ว่าด้วยการอยู่ร่วมกันบนสังคมของโลกออนไลย์กันไปแล้ว หวังว่าทุกๆ ท่านคงจะเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของ Facebook กันดีนะครับ 
กฏต่างๆ ที่กำหนดขึ้นมา มันก็เหมือนๆ กันกับ กฎหมายที่บังคับใช้กับสังคมเรานี่แหล่ะ ท้ายที่สุดก็เพื่อที่จะปกป้องผู้ที่มีเจตนาดี และลบผู้ที่มีเจตนาไม่ดีออกไปจากระบบของ Facebook เอง


บทต่อไปนี้เราจะมาพูดถึงวิธีการตั้งค่าการป้องกันบัญชี Facebook ของเราให้มีความปลอดภัยที่ดีขึ้น  คำว่าดีขึ้นในที่นี้หมายถึง Account ของเราจะไม่ง่ายต่อการถูกบุกรุก เช่น ถูก Hack Account หรือ ถูก Spam จาก Game ที่เราเล่น เป็นต้น. แต่ทาง Facebook เองก็ไม่ได้บอกว่า วิธีการต่อไปนี้จะป้องกันได้ 100% หรอกนะครับ เพียงแต่ว่ามันเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่มีอยู่ตอนนี้ แค่นั้นเอง.


เอาละ เริ่มกันเลย 
หลังจากที่เรา Log in เข้าสู่ Account ของเราได้แล้ว ขอให้เริ่มกันที่ เมนู "การตั้งค่าบัญชีผู้ใช้" จุดสังเกตุคือ รูปลูกศรเล็กๆ ซึ่งจะอยู่ตรงมุมว่าบน เมื่อกดแล้วเราจะเห็น 3 เมนู อันได้แก่ 

ตั้งค่า บัญชีผู้ใช้ , ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว, และออกจากระบบ
ให้เลือก บัญชีผู้ใช้ เลยครับ เมื่อกดเลือกแล้ว หน้าตาของ Facebook จะเปลี่ยนไปเป็นแบบนี้




 ดังรูปจะเห็นได้ว่า ในแทบของ General Account Setting หรือ ที่เรียกว่าข้อมูลทั่วไป มันก็คือ ข้อมูลทั่วไปของ Account เรานั่นแหล่ะครับ สำหรับตรงนี้จะขอข้ามไปเลยละกัน 



วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2555

ไทยแลนด์ เฟสบุ๊ค Help Desk: ปัญหาของคนไทย กับ Facebook ทำใม Account โดน Block...

ไทยแลนด์ เฟสบุ๊ค Help Desk: : ปัญหาของคนไทย กับ  ทำใม Facebookโดน Block
ทำใมต้องยืนยันตัวตน..
ปัญหาของคนไทย กับ Facebook 
ทำใม Account โดน Block  ทำใมต้องยืนยันตัวตน... ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจ วัตถุประสงค์และนโยบายของ Facebook กันเถอะ


ที่มา : https://www.facebook.com/communitystandards/


อะแฮ่ม.. ลองสังเกตุกันด้วยนะครับ ว่ากำลังทำผิดกฏข้อไหนกันอยู่หรือป่าว....



Facebook เป็นชุมชนไร้พรมแดนที่ผู้คนนับล้านสามารถเชื่อมสัมพันธ์กันได้ แต่ละคนจะแสดงความคิดเห็น แนวคิด และค่านิยมที่เป็นวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน 
นอกจากการคำนึงถึงความหลากหลายนี้ Facebook ยังทำเพื่อส่งเสริมให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ทุกคนสามารถถกปัญหาและแสดงความคิดเห็นได้อย่างเปิดเผยโดยเคารพสิทธิ์ของผู้อื่น เมื่อผู้คนรวมตัวกันเพื่อแบ่งปันสิ่งต่างๆ ที่มีความสำคัญต่อพวกเขา 
แต่ในบางกรณี การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและโพสต์ต่างๆ เหล่านี้ รวมถึงหัวข้อและเนื้อหา อาจจะก่อให้เกิดการโต้แย้ง แต่เราก็เชื่อว่าการสนทนาออนไลน์ จะสะท้อนให้เห็นถึงการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เกิดขึ้นในการดำเนินชีวิตแบบออฟไลน์ของผู้คนในการสนทนาที่บ้าน ที่ทำงาน ในคาเฟ่ และในชั้นเรียน

ในฐานะที่เป็นชุมชนที่ไว้วางใจได้สำหรับเพื่อน ครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และเพื่อนร่วมชั้นเรียน Facebook มีการควบคุมดูแลของ Facebook เอง ผู้ใช้ Facebook สามารถรายงานและควรรายงานผู้ดูแลระบบหากพบเนื้อหาที่น่าสงสัยหรือเป็นการคุกคาม เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างความต้องการและความสนใจของชุมชนไร้พรมแดน เราขอให้ทุกคนเคารพมาตรฐานชุมชน ดังนี้

ว่าด้วย กฎ ระเบียบ และ ข้อบังคับการอยู่ร่วมกันของ Facebook

1. การคุกคาม
Facebook ประสงค์ให้สมาชิกรู้สึกถึงความปลอดภัยเมื่ออยู่ในเวปไซต์ การคุกคามที่เชื่อได้ว่าเป็นอันตรายต่อผู้อื่นจะถูกลบ เราอาจต้องถอดการสนับสนุนสำหรับองค์กรที่ก่อให้เกิดความรุนแรงนั้นออกด้วยเช่นกัน

2. การส่งเสริมการทำร้ายตัวเอง
Facebook ไม่ใช่สถานที่สำหรับการแสดงพฤติกรรมที่เป็นการทำร้ายตนเอง เพื่อเป็นการยับยั้งไม่ให้เกิดพฤติกรรมดังกล่าว Facebook ไม่อนุญาตให้มีการส่งเสริมการฆ่าตัวตาย, "การกรีดตามร่างกาย", พฤติกรรมการรับประทานที่ผิดปกติ หรือการใช้ยาอย่างผิดกฎหมาย เราถือว่าภัยคุกคามเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายเป็นเรื่องร้ายแรงอย่างยิ่ง และจะดำเนินการติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อเราพบพฤติกรรมดังกล่าว

3. การคุกคามและการล่วงละเมิด
ในฐานะที่เป็นชุมชน Facebook ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเคารพซึ่งกันและกัน รวมทั้งให้ความสำคัญกับรายงานเกี่ยวกับการล่วงละเมิดอย่างจริงจัง เราจะดำเนินการทันทีเมื่อมีการคุกคามความเป็นส่วนตัวของบุคคล หรือบุคคลนั้นได้รับการติดต่อโดยไม่พึงประสงค์อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเราสนับสนุนให้คุณสร้างความสัมพันธ์อันดีใหม่ๆ โปรดพึงระลึกว่าการติดต่อบุคคลแปลกหน้า หรือบุคคลที่คุณไม่เคยพบหน้ามาก่อนอาจถือได้ว่าเป็นการล่วงละเมิดอย่างหนึ่ง

4. ถ้อยคำที่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง
Facebook ไม่อนุญาตให้ใช้ถ้อยคำที่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง โปรดเคารพซึ่งกันและกันเมื่อคุณติดต่อสื่อสารผ่าน Facebook แม้ว่าเราสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น, สถาบัน องค์กร, กิจกรรม และการฝึกปฏิบัติต่างๆ แต่การแบ่งแยกบุคคลตามเชื้อชาติ, เผ่าพันธุ์, ถิ่นที่ถือสัญชาติ, ศาสนา, เพศ, เพศสภาพ, รสนิยมทางเพศ, ความทุพพลภาพ หรือโรคภัย ถือเป็นการละเมิดเงื่อนไขของเราอย่างร้ายแรง

5. ภาพความรุนแรง
แม้ว่า Facebook จะเป็นเวทีสำหรับแบ่งปันกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของคุณ และเกิดขึ้นทั่วโลก เนื้อหาภาพที่ไม่เหมาะสมต่างๆ จะถูกลบเมื่อเราพบในไซต์นี้ ห้ามแสดงความรุนแรงซึ่งเป็นการทารุณกรรมต่อบุคคล สัตว์ หรือบรรยายให้เห็นภาพการข่มขืน

6. เพศหรือรูปภาพที่ส่อไปในทางลามกอนาจาร
Facebook มีนโยบาย "ห้ามแสดงรูปภาพหรือข้อความลามกอนาจาร" ที่เคร่งครัด เนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องเพศที่ไม่เหมาะสมจะถูกลบ ดังนั้น ก่อนโพสต์เนื้อหาที่น่าสงสัย ให้คำนึงถึงผลที่ตามมาที่จะเกิดขึ้นกับคุณและสภาพแวดล้อมที่คุณอยู่

7. การโจรกรรม การทำลายทรัพย์สินและการหลอกลวง
เราพยายามทำให้โลกเป็นสถานที่ที่เปิดกว้าง เชื่อมต่อถึงกัน และน่าอยู่ยิ่งขึ้น การดำเนินการใดๆ ที่เป็นอันตรายต่อผู้อื่น เช่น การโจรกรรม การทำลายทรัพย์สิน และการหลอกลวง ถือเป็นการละเมิดเงื่อนไขของเรา

8. ข้อมูลระบุตัวบุคคลและความเป็นส่วนตัว
Facebook เป็นชุมชนหนึ่งที่ผู้คนสามารถสร้างสัมพันธ์และแบ่งปันได้โดยใช้ข้อมูลระบุตัวบุคคลซึ่งเป็นข้อมูลจริงของตนเอง เมื่อคุณแสดงข้อมูลจริงของคุณอย่างถูกต้องบน Facebook เป็นการช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยแก่ทุกคน การกล่าวอ้างเป็นบุคคลอื่น การสร้างบัญชีผู้ใช้หลายบัญชี หรือการดำเนินการอันเป็นเท็จในนามองค์กรถือเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือและละเมิดเงื่อนไขของเรา อีกทั้ง โปรดละเว้นการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น

9. ทรัพย์สินทางปัญญา
ก่อนที่คุณจะร่วมแบ่งปันเนื้อหาใดๆ บน Facebook โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีสิทธิ์กระทำเช่นนั้นหรือไม่ เราขอให้คุณเคารพลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า และสิทธิ์ตามกฎหมายอื่นๆ

10. ฟิชชิงและสแปม
เราให้ความสำคัญอย่างจริงจังต่อความปลอดภัยของสมาชิกของเรา และเราทำงานเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิดความเป็นส่วนตัวหรือการรักษาความปลอดภัยของสมาชิก เราจึงขอให้คุณเคารพสิทธิ์ของสมาชิกของเราโดยไม่ติดต่อสมาชิกของเราเพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับความยินยอมจากสมาชิก


การแจ้งละเมิด
หากคุณพบเห็นสิ่งที่คุณเชื่อว่าเป็นการละเมิดเงื่อนไขของเราบน Facebook คุณสามารถรายงานผู้ดูแลระบบ พึงระลึกว่าการรายงานผู้ดูแลระบบเกี่ยวกับบุคคล องค์กร หรือเนื้อหามิได้เป็นการรับรองว่าข้อมูลนั้นจะถูกลบออกจากไซต์
เนื่องจากชุมชนของเรามีความหลากหลาย อาจมีบางอย่างที่คุณไม่เห็นด้วยหรือเป็นการรบกวนคุณ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะลบหรือบล็อคได้ ด้วยเหตุนี้ เราจึงมีการควบคุมส่วนบุคคลในสิ่งที่คุณเห็น เช่น คุณสามารถซ่อน หรือตัดการเชื่อมต่อโดยไม่เปิดเผยกับบุคคล เพจ หรือแอพพลิเคชั่นที่เป็นเหตุให้คุณไม่พึงพอใจได้
เนื้อหาที่ละเมิดเงื่อนไขของเราจะถูกลบออกจากไซต์ของเรา และ (ในบางกรณี) จะถูกดำเนินการทางกฎหมาย หรือประการอื่น




เป็นยังไงบ้างครับ อ่านแล้วพอจะทราบกันใหมว่า เรากำลังทำผิดกฏ หรือละเมิดข้อบังคับข้อไหนอยู่บ้างหรือป่าว ??

อ๊ะ.. อ๊ะ  หลายคนอาจจะมองข้ามไป  .. แต่จากการวิจัยของ Facebook เองพบว่า คนไทยกว่า 60% มีการใช้งาน Facebook มากว่า 1 Account .. นั่นหมายความว่า คุณกำลังละเมิดข้อตกลงของ Facebook ในข้อที่ 8. ว่าด้วยเรื่อง "ข้อมูลระบุตัวบุคคล" ในหมวดหมู่ของการสร้างบัญชีผู้ใช้หลายบัญชี อยู่นะคร๊าบบ :-) 


สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านทุกท่าน 


Blog spot นี้มีวัตถุประสงค์เพียงอย่างเดียวคือ เพื่อมุ่งเน้นให้ผู้ใช้งาน Facebook ในประเทศไทยทุกท่าน 
ได้เข้าใจถึงขอบเขตและข้อกำหนดของการใช้งาน Facebook รวมถึง มาตราการต่างๆ ของ Facebook ที่กำหนดขึ้นมาให้ Facebook Users ได้ใช้งานกันอย่างตรงตามวัตถุประสงค์